วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ออกแบบโลโก้



จัดทำโดย
นางสาวยุวรินทร์  สีดาเลิศ
การศึกษาปฐมวัย หมู่ 2 รหัส 54191860243

วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2556

คำถามเรื่อง การสร้างสื่อการเรียนการสอน

1. ข้อใด ไม่ใช่ ความสำคัญของสื่อการสอน
ก. ช่วยสร้างรากฐานที่เป็นรูปธรรมขึ้นในความคิดของผู้เรียน
ข. ช่วยเร้าความสนใจของผู้เรียน
ค. เป็นรากฐานในการพัฒนาการเรียนรู้และช่วยความทรงจำอย่างถาวร
ง. ใช้สื่อการสอนเพื่อย่อสรุปเนื้อหาสำคัญของบทเรียน
2. ข้อใด ไม่ใช่ ความหมายของสื่อการสอน
ก. ตัวกลางในการนำส่งหรือถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และเจตคติ
ข. วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ ซึ่งถูกนำมาใช้ในการการเรียนการสอน
ค. เพื่อออกข้อสอบหรือวัดประเมินผลการเรียน
ง. เพื่อช่วยในการสอนดำเนินไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ
3. ข้อใด ไม่ใช่ การใช้สื่อการสอน
ก. ใช้สื่อการสอนในขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
ข. ใช้ประกอบการสอนหรือขั้นดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน
ค. ใช้สื่อการสอนเพื่อขยายขอบเขตความรู้ของผู้เรียน
ง. ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์
4. การสอนนักเรียนระดับประถมศึกษาควรใช้สื่อประเภทใด
ก. ภาพการ์ตูนสีสันสดใส
ข. รูปถ่าย
ค. วีดีโอ
ง. ถูกทุกข้อ
5. การสอนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาควรใช้สื่อประเภทใด
ก. ภาพการ์ตูนสีสันสดใส
ข. รูปถ่าย
ค. วีดีโอ
ง. ถูกทุกข้อ
 6. การสอนผู้เรียนจำนวนมากควรจะใช้สื่ออย่างใด
ก. เครื่องฉาย
ข. เครื่องเสียง
ค. หนังสือเรียน
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข้อ ข
7. Media Attributes หมายถึงอะไร
ก. คุณลักษณะของสื่อ
ข. พื้นฐานในการเลือกสื่อ
ค. การเลือกสื่อการสอน
ง. การกำหนดสื่อการสอน
8. Kemp และ Smellie ได้แนะนำว่า ในการเลือกสื่อการสอนอาจเริ่มต้นจากการสิ่งใด
ก. วิธีการสอนแบบใดจึงจะเหมาะสมที่สุดกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้และลักษณะของผู้เรียน
ข. ประสบการณ์การเรียนรู้แบบใดเหมาะสมที่สุดกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้
ค. ถ้ามีการเลือกให้ผู้เรียนมีประสบการณ์การเรียนรู้โดยผ่านการรับรู้หรือการรับสัมผัส
ง. ถูกทุกข้อ
9. การเลือกสื่อการสอนนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่อการเลือกสื่อที่จำเป็นต้องนำมาพิจารณาปัจจัยได้แก่สิ่งใด
ก. วิธีการสอน
ข. ลักษณะของผู้เรียน
ค. ผู้สอนหรือครู
ง. ถูกทุกข้อ
10. คุณลักษณะของสื่อที่สำคัญ ได้แก่สิ่งใด
ก. การแสดงแทนด้วยภาพ,ปัจจัยทางด้านขนาด
ข. ปัจจัยทางด้านสี, ปัจจัยทางด้านการเคลื่อนไหว
ค. ปัจจัยทางด้านภาษา,ความสัมพันธ์ของภาพและเสียง,ปัจจัยทางด้านการจัดระเบียบข้อมูล
ง. ถูกทุกข้อ
 11. การวางแผนผลิตสิ่งพิมพ์สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ
ก. จุดมุ่งหมาย
ข. วันเวลาสถานที่
ค. วัตถุประสงค์
ง. งบประมาณ
12. สิ่งพิมพ์ให้ความหมายได้ว่าอย่างไร
ก. ข้อความ ข้อเขียน ภาพที่เกี่ยวกับแนวความคิด
ข. สารคดีบันเทิง
ค. เนื้อหา ภาพวาด
ง. สมุดบันทึกข้อมูล
13. การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่ถูกต้องมีดังนี้ ยกเว้น ข้อใด
ก. การวางแผนจุดมุ่งหมายและเป้าหมาย
ข. จัดงบประมาณ,ปรึกษาโรงพิมพ์
ค. ทดสอบแนวคิดและเริ่มแนวร่าง
ง. วัน เวลา สถานที่
14. ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดอยู่ในขั้นตอนการจัดหน้าสิ่งพิมพ์
ก. ปรับแต่งสิ่งพิมพ์
ข. จัดวางข้อความและภาพ
ค. เตรียมส่วนประกอบต่างๆ
ง. เตรียมปรับปรุง
15. การทำสารบัญและดัชนีจัดอยู่ในองค์ประกอบใดของการจัดหน้าสิ่งพิมพ์
ก. เตรียมปรับปรุง
ข. เตรียมส่วนประกอบต่างๆ
ค. จัดทำสารบัญ
ง. จัดทำสารบัญและดัชนี
 16. ข้อใดมีประโยชน์มากที่สุดในการจัดหน้าสิ่งพิมพ์
ก. ช่วยให้ผู้อ่านสนใจการอ่านมากขึ้น
ข. ช่วยให้ผู้อ่านสะดวกมากขึ้นในการอ่าน
ค. ช่วยให้ผู้อ่านกระตือรือร้นในการเรียนรู้
ง. ช่วยให้ผู้อ่านมีความพยายามที่จะค้นคว้า
17. ข้อใดให้ความหมาย สื่อ 3 มิติ ได้ถูกต้องที่สุด
ก. สื่อที่ผลิตจากวัสดุที่มีตามธรรมชาติ
ข. สื่อที่ผลิตแล้วผู้เรียนสามารถรับรู้ได้หลายมุมมอง และการรับสัมผัสต่างๆได้
ค. สื่อที่ผลิตจากวัสดุที่มีความกว้าง ความยาว ความหนาหรือลึก ผู้เรียนสามารถรับรู้ได้หลายมุมมอง และการรับสัมผัสต่างๆ สามารถรับรู้ได้ตามความเป็นจริง
ง. สื่อวัสดุสามมิติที่สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบของจริง
18. หุ่นจำลอง แบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ก. 5 ประเภท
ข. 6 ประเภท
ค. 3 ประเภท
ง. 7 ประเภท
19. ข้อใดคือลักษณะของหุ่นจำลองที่ดี
ก. มีขนาดพอเหมาะสมที่จะใช้ในห้องเรียน
ข. ไม่ความลำบากในการใช้และมีความปลอดภัย
ค. มีขนาดพอเหมาะสมที่จะใช้ในห้องเรียน ไม่มีความลำบากในการใช้มีความปลอดภัย ไม่มีลักษณะยุ่งยากซับซ้อนเกินไป มีสภาพสมบูรณ์ตามที่เป็นจริงในธรรมชาติ
ง. ถูกทุกข้อ
20. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องที่สุด เกี่ยวกับ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ก. เพื่อการสอนเนื้อหาใหม่แก่ผู้เรียน
            ข. ใช้ประเมินผลการใช้งานของครู
            ค. เสนอสิ่งเร้าให้กับผู้เรียน ประเมินการตอบสนองของผู้เรียน
            ง. เพื่อเลือกสิ่งเร้าในการกระตุ้นผู้เรียน
21. เพื่อการสอน สอนเนื้อหาใหม่แก่ผู้เรียน ประเภทแบบฝึกหัด ประเภทสถานการณ์จำลอง ประเภทเกมการสอน ประเภทการค้นพบ ประเภทแก้ปัญหา ฝึกให้ผู้เรียนรู้จักคิด ตัดสินใจ และประเภทเพื่อการทดสอบ ใช้ประเมินการสอนของครู คือ ความหมายของข้อใด
ก. ความหมายของคอมพิวเตอร์
            ข. รูปแบบต่างๆของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
            ค. ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
            ง. องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
22. ข้อใดต่อไปนี้ คือ ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ก.สร้างแรงจูงใจในการเรียน ดึงดูดความสนใจช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถเข้าใจเนื้อหาได้เร็ว
ข. เพื่อการสอนแบบฝึกหัดให้เด็กเข้าใจได้ง่ายขึ้น
ค. เพื่อกระตุ้นในการเรียนการสอน
ง. การสอนแต่เนื้อหาใหม่ เพื่อให้เด็กสนใจที่จะเรียน
23. ข้อใด ไม่ใช่ การสร้างภาพเคลื่อนไหวพื้นฐาน
ก. การเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง
            ข. การเปลี่ยนขนาด
            ค. การเปลี่ยนสี
            ง. การแทรกเสียง
24. ข้อใด ไม่ใช่ เครื่องมือในการสร้างภาพเคลื่อนไหว
ก. การใช้งาน Layer
ข. การแทรกเสียง
            ค. การเคลื่อนที่ตามเส้นทางที่กำหนด
ง. การแทรกปุ่มควบคุม
25. เครื่องมือชนิดใดใช้ในการสร้างภาพเคลื่อนไหวแบบเส้นตรง
            ก. Arrow Tool
            ข. Oval Tool
            ค. Fill Color Tool
            ง. Text Tool


เฉลย

1. ง.
2. ค.
3. ง.
4. ก.
5. ข.
6. ง.
7. ก.
8. ง.
9. ง.
10. ง.
11. ค.
12. ก.
13. ง.
14. ง.
15. ง.
16. ข.
17. ค.
18. ข.
19. ค.
20. ค.
21. ข.
22. ก.
23. ง.
24. ค.
25. ข. 

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การสร้างสื่อการเรียนการสอน

 สื่อการสอน
          สื่อการสอน หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ ซึ่งถูกนำมาใช้ในการการเรียนการสอน เพื่อเป็นตัวกลางในการนำส่งหรือถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และเจตคติ จากผู้สอนหรือแหล่งความรู้ไปยังผู้เรียน ช่วยให้การเรียนการสอนดำเนินไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนที่ตั้งไว้

ความสำคัญของสื่อการสอน  ดังนี้
          1. สื่อการสอน ช่วยสร้างรากฐานที่เป็นรูปธรรมขึ้นในความคิดของผู้เรียน การฟังเพียงอย่างเดียวนั้น ผู้เรียนจะต้องใช้จินตนาการเข้าช่วยด้วย เพื่อให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเกิดเป็นรูปธรรมขึ้นในความคิด แต่สำหรับสิ่งที่ยุ่งยากซับซ้อน ผู้เรียนย่อมไม่มีความสามารถจะทำได้ การใช้อุปกรณ์เข้าช่วยจะทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจและสร้างรูปธรรมขึ้นในใจได้
          2. สื่อการสอน ช่วยเร้าความสนใจของผู้เรียน เพราะผู้เรียนสามารถใช้ประสาทสัมผัสได้ด้วยตา หู และการเคลื่อนไหวจับต้องได้แทนการฟังหรือดูเพียงอย่างเดียว
          3. เป็นรากฐานในการพัฒนาการเรียนรู้และช่วยความทรงจำอย่างถาวร ผู้เรียนจะสามารถนำประสบการณ์เดิมไปสัมพันธ์กับประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ เมื่อมีพื้นฐานประสบการณ์เดิมที่ดีอยู่แล้ว
          4. ช่วยให้ผู้เรียนได้มีพัฒนาการทางความคิด ซึ่งต่อเนื่องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทำให้เห็นความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น เวลา สถานที่ วัฏจักรของสิ่งมีชีวิต
          5. ช่วยเพิ่มทักษะในการอ่านและเสริมสร้างความเข้าใจในความหมายของคำใหม่ ๆ ให้มากขึ้น ผู้เรียนที่อ่านหนังสือช้าก็จะสามารถอ่านได้ทันพวกที่อ่านเร็วได้เพราะ ได้ยินเสียงและได้เห็นภาพ  ประกอบกัน

 เปรื่อง กุมุท ให้ความสำคัญของสื่อการสอน ดังนี้
          1. ช่วยให้คุณภาพการเรียนรู้ดีขึ้น เพราะมีความจริงจังและมีความหมายชัดเจนต่อผู้เรียน
          2. ช่วยให้นักเรียนรู้ได้ในปริมาณมากขึ้นในเวลาที่กำหนดไว้จำนวนหนึ่ง
          3. ช่วยให้ผู้เรียนสนใจและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกระบวนการเรียนการสอน
          4. ช่วยให้ผู้เรียนจำ ประทับความรู้สึก และทำอะไรเป็นเร็วขึ้นและดีขึ้น
          5. ช่วยส่งเสริมการคิดและการแก้ปัญหาในขบวนการเรียนรู้ของนักเรียน
          6. ช่วยให้สามารถเรียนรู้ในสิ่งที่เรียนได้ลำบากโดยการช่วยแก้ปัญหา หรือข้อจำกัดต่าง ๆ ได้ดังนี้
             
 ทำสิ่งที่ซับซ้อนให้ง่ายขึ้น
                ทำนามธรรมให้มีรูปธรรมขึ้น
      ทำสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วให้ดูช้าลง
                ทำสิ่งที่ใหญ่มากให้ย่อยขนาดลง
             ทำสิ่งที่เล็กมากให้ขยายขนาดขึ้น
               นำอดีตมาศึกษาได้  
     นำสิ่งที่อยู่ไกลหรือลี้ลับมาศึกษาได้
7. ช่วยให้นักเรียนเรียนสำเร็จง่ายขึ้นและสอบได้มากขึ้น


การใช้สื่อการสอน
          1. ใช้สื่อการสอนในขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ทั้งนี้เพื่อเร้าผู้เรียนให้เกิดความสนใจ และเปลี่ยนพฤติกรรมในเบื้องต้น โดยปรับตนเองให้พร้อมที่จะเรียนรู้บทเรียนใหม่ ซึ่งอาจกระทำได้โดยการรื้อฟื้นความรู้เดิม (assimilation) หรือขยายความรู้เดิม (accommodation) เพื่อนำมาใช้ให้ประสานกันกับความรู้ใหม่ ซึ่งจะเรียนในขั้นต่อไป
          2. ใช้สื่อการสอนในขั้นประกอบการสอนหรือขั้นดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อช่วยให้ความกระจ่างในเนื้อหาที่เรียนหรือทำให้ผู้เรียน เรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเข้าใจข้อเท็จจริงในเนื้อหาอย่างแท้จริงในรูปของการเกิด Concept เข้าใจหลักการสำคัญ และมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในแนวทางที่ดีขึ้นตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ได้กำหนดไว้
          3. ใช้สื่อการสอนเพื่อขยายขอบเขตความรู้ของผู้เรียนให้ก้าวหน้าและเจริญงอกงามทั้งในด้านความกว้างและความลึกของภูมิปัญญา ซึ่งเป็นผลของการเรียนอย่างแท้จริง
          4. ใช้สื่อการสอนเพื่อย่อสรุปเนื้อหาสำคัญของบทเรียนเกิดเป็น Concept ในเนื้อหาแต่ละเรื่องใช้สื่อการสอนเพื่อส่งเสริมผู้เรียนให้มีการฝึกและพัฒนาตนเองให้รู้จักขั้นตอนและมีความคิดสร้างสรรค์ (Control and Creativity

หลักการเลือกสื่อการเรียนการสอน

สื่อการสอนมีอยู่หลากหลายรูปแบบหลากหลายประเภท   การเลือกสื่อการสอนมีความสำคัญมากต่อกระบวนการเรียนการสอน อย่างไรก็ตามในการเลือกสื่อการสอนพึงระลึกไว้เสมอว่า "ไม่มีสื่อการสอนอันใดที่ใช้ได้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์" ในการตัดสินใจเลือกใช้สื่อการสอนต้องพิจารณาถึงปัจจัยหลายๆ อย่างร่วมกัน ผู้ใช้สื่อไม่ควรยกเอาความสะดวก ความถนัด หรือความพอใจส่วนตัวเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกสื่อการสอนเพราะอาจเกิดผลเสียต่อกระบวนการเรียนการสอนได้
แนวคิดเกี่ยวกับการเลือกสื่อการสอนก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีผู้ให้ความสนใจและให้คำแนะนำไว้หลากหลายมุมมอง ในที่นี้จะนำเสนอเฉพาะแนวคิดของโรมิสซอว์สกี้ และแนวคิดของเคมพ์และสเมลไล ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ก. แนวคิดการเลือกสื่อการสอนของโรมิสซอว์สกี้
A. J. Romiszowski (1999) ได้เสนอแนวทางอย่างง่ายในการพิจารณาเลือกใช้สื่อการสอนไว้ว่า ในการเลือกสื่อการสอนนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่อการเลือกสื่อที่จำเป็นต้องนำมาพิจารณา ปัจจัยเหล่านั้น ได้แก่
1. วิธีการสอน (Instructional Method) การเลือกวิธีการสอนเป็นปัจจัยแรกที่ควบคุมการเลือกสื่อ หรืออย่างน้อยที่สุดก็เป็นสิ่งที่จำกัดทางเลือกของการใช้สื่อการสอนในการนำเสนอ เช่น ถ้าเลือกใช้วิธีการสอนแบบอภิปรายกลุ่ม (Group Discussion) เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ซึ่งกันและกันระหว่างผู้เรียน ย่อมเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดว่า การเลือกใช้เทปเสียง หรือ ใช้โทรทัศน์ย่อมไม่เหมาะสม ทั้งนี้เนื่องจากสื่อดังกล่าวมีข้อจำกัดในเรื่องของการให้ผลย้อนกลับ หรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นต้น
2. งานการเรียนรู้ (Learning Task) สิ่งที่มีอิทธิพลต่อทางเลือกในการเลือกสื่อการสอนอีกประการหนึ่งคือ งานการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน เพราะสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่จำกัดหรือควบคุมการเลือกวิธีการสอน ตัวอย่างเช่น การฝึกอบรมผู้ตรวจการ หรือทักษะการบริหารงาน ซึ่งมักจะนิยมใช้วิธีการสอนแบบการอภิปรายกลุ่ม เพื่อผู้ตรวจการแต่ละคนแบ่งปันประสบการณ์ของตนกับผู้เข้ารับการอบรมอื่นๆ การใช้กรณีศึกษาซึ่งนำเสนอด้วยภาพยนตร์ ก็เป็นตัวอย่างทางเลือกหนึ่งที่ถูกกำหนดให้เลือกจากวิธีการสอน
3. ลักษณะของผู้เรียน (Learner Characteristics) ลักษณะพิเศษเฉพาะของผู้เรียนก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อการเลือกสื่อการสอน ตัวอย่างเช่น การสอนผู้เรียนที่เรียนรู้ได้ช้า โดยการใช้หนังสือหรือเอกสารเป็นสื่อการสอน จะเป็นสิ่งที่ยิ่งทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาในกระบวนการเรียนการสอน ผู้เรียนกลุ่มนี้ควรเรียนรู้จากสื่ออื่นๆ ที่ทำการรับรู้และเรียนรู้ได้ง่ายกว่านั้น
4. ข้อจำกัดในทางปฏิบัติ (Practical Constrain) ข้อจำกัดในทางปฏิบัติในที่นี้หมายถึง ข้อจำกัดทั้งทางด้านการจัดการ และทางด้านเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อทางเลือกในการเลือกใช้วิธีการสอนและสื่อการสอน เช่น สถานที่ใช้สื่อการสอน สิ่งอำนวยความสะดวก ขนาดพื้นที่ งบประมาณ เป็นต้น
5. ผู้สอนหรือครู (Teacher) สื่อการสอนแต่ละชนิดไม่ว่าจะมีข้อดีอย่างไร แต่อาจไม่ถูกนำไปใช้เพียงเพราะผู้สอนไม่มีทักษะในการใช้สื่อนั้นๆ นอกจากประเด็นในเรื่องทักษะของผู้สอนแล้ว ประเด็นในเรื่องทัศนคติของผู้สอนก็เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเลือกสื่อการสอนเช่นกัน


ข. แนวคิดการเลือกสื่อการสอนของเคมพ์และสเมลไล
Jerrold E. Kemp และ Don C. Smelle (1989) เสนอว่า นอกจากงานการเรียนรู้หรือสถานการณ์การเรียนรู้ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่กำหนดถึงสื่อที่จะเลือกใช้แล้ว สิ่งสำคัญประการต่อมาในการพิจารณาเลือกใช้สื่อการสอนคือ คุณลักษณะของสื่อ ซึ่งผู้สอนควรศึกษาคุณลักษณะของสื่อแต่ละชนิดประกอบในการเลือกสื่อการสอนด้วย
คุณลักษณะของสื่อ (Media Attributes) หมายถึง ศักยภาพของสื่อในการแสดงออกซึ่งลักษณะต่างๆ เช่น การเคลื่อนไหว สี และเสียง เป็นต้น คำถามพื้นฐานในการเลือกสื่อคือ "คุณลักษณะของสื่อแบบใดที่จำเป็นสำหรับสถานการณ์การเรียนรู้ในแบบที่กำหนดให้" คุณลักษณะของสื่อที่สำคัญ ได้แก่
1. การแสดงแทนด้วยภาพ (เช่น ภาพถ่าย ภาพกราฟิก)
2. ปัจจัยทางด้านขนาด (เช่น การใช้/ไม่ใช้เครื่องฉายเพื่อขยายขนาด)
3. ปัจจัยทางด้านสี (เช่น สีสันต่างๆ ขาว-ดำ)
4. ปัจจัยทางด้านการเคลื่อนไหว (เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว)
5. ปัจจัยทางด้านภาษา (เช่น ข้อความ/ตัวอักษร เสียงพูด)
6. ความสัมพันธ์ของภาพและเสียง (เช่น ภาพที่มี/ไม่มีเสียงประกอบ)
7. ปัจจัยทางด้านการจัดระเบียบข้อมูล (กำหนดให้ดูทีละภาพตามลำดับ หรือตามลำดับที่ผู้ชมเลือก)

นอกจากนี้ Kemp และ Smellie ได้แนะนำอีกว่า ในการเลือกสื่อการสอน อาจเริ่มต้นจากการตอบคำถาม 3 ข้อดังต่อไปนี้ (Kemp และ Smellie 1989)
1. วิธีการสอนแบบใดจึงจะเหมาะสมที่สุดกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้และลักษณะของผู้เรียน เช่น  ควรใช้การนำเสนอ การเรียนรู้ด้วยตนเองตามจังหวะการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคน หรือการเรียนแบบกลุ่มย่อย เป็นต้น
2. ประสบการณ์การเรียนรู้แบบใดเหมาะสมที่สุดกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เช่น ประสบการณ์ตรง ฟังคำบรรยาย อ่านเอกสาร/ตำรา
3. ถ้ามีการเลือกให้ผู้เรียนมีประสบการณ์การเรียนรู้โดยผ่านการรับรู้หรือการรับสัมผัส ต้องใช้สื่อที่มีคุณลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับการรับรู้หรือการรับสัมผัสนั้นๆ มากที่สุด
อย่างไรก็ตามจากคำแนะนำข้างต้นในการตัดสินใจเลือกใช้สื่อการสอน ควรเป็นการตัดสินใจในการใช้สื่อการสอนสำหรับการเรียนรู้ในแต่ละหลักการหรือแต่ละหัวข้อ หรือแต่ละประเด็นของบทเรียน ไม่ควรเป็นการตัดสินใจเพื่อการเรียนรู้ในภาพโดยรวมทั้งหมดของเนื้อหาทั้งหลักสูตร เพราะเนื้อหาแต่ละหัวข้อหรือแต่ละส่วนย่อมมีลักษณะธรรมชาติของเนื้อหาแตกต่างกันออกไป



โดยสรุป การเลือกสื่อการสอนตามคำแนะนำของ โรมิสซอว์สกี้ และ เคมพ์และสเมลไล นั้นควรเริ่มต้นจากการพิจารณางานการเรียนรู้หรือสถานการณ์การเรียนรู้ และนำมาพิจารณาเลือกคุณลักษณะของสื่อการสอนที่เหมาะสมจะใช้กับงานการเรียนรู้/สถานการณ์เรียนรู้นั้นๆ เมื่อได้กำหนดคุณลักษณะของสื่อที่เหมาะสมแล้ว จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงกลุ่มหรือประเภทของสื่อการสอนที่สามารถเลือกมาใช้งานได้